ระบบอินเทอร์เน็ตของท่านรองรับ EDNS (Extension Mechanisms for DNS) แล้วหรือยัง

ก่อนจะพูดถึง EDNS ก็คงต้องเล่าสั้นๆว่า DNS (Domain Name System) เปรียบเสมือนสมุดโทรศัพท์ของทุกอุปกรณ์บนอินเทอร์เน็ต ทุกครั้งที่ต้องการติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ทุกชนิดจะเปิดสมุดโทรศัพท์นี้เพื่อเปลี่ยนชื่อคอมพิวเตอร์เป็นหมายเลขไอพี แล้วติดต่อกันด้วยหมายเลขไอพีที่ได้จาก DNS

มาตรฐาน DNS เกิดขึ้นครั้งแรกประมาณปี 2526 (RFC 822) โดยกำหนดให้ทำงานโดยใช้โปรโตคอล UDP และกำหนดขนาดข้อมูลสูงสุดไม่เกิน 512 ไบต์ อย่างไรก็ตามปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเติบโตจากเมื่อ 35 ปีที่แล้วไปมาก จำนวน root server ของ DNS เพิ่มจาก 13 ตัวเป็น 937 ตัว (กันยายน 2561) ระบบ DNS เองก็พัฒนาไปมาก มีความสามารถใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น มี RFC เกี่ยวกับ DNS ประมาณเกือบสามร้อยฉบับ คิดเป็นหน้ารวมกันประมาณสี่พันเก้าร้อยหน้า ทำให้ไม่สามารถบรรจุทุกอย่างลงไปใน 512 ไบต์ได้อีกต่อไป จึงจำเป็นที่จะต้องขยายขนาดข้อมูลสูงสุดเป็น 4096 ไบต์เพื่อรองรับความสามารถต่าง ๆ โดยเรียกว่าส่วนขยายของ DNS (Extension Mechanisms for DNS) ซึ่งเป็นมาตรฐานหนึ่งของอินเทอร์เน็ตตาม RFC 2671 ที่ออกมาเมื่อปี 2542

เนื่องจาก DNS เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากของอินเทอร์เน็ต ผู้ผลิตโปรแกรมด้าน DNS จึงจำเป็นที่จะต้องรอให้ทุกส่วนของอินเทอร์เน็ตพร้อมจึงจะปรับเปลี่ยนมาใช้ความสามารถต่าง ๆ ของ EDNS ได้อย่างเต็มที่ 20 ปีผ่านไป ผู้ผลิตโปรแกรมด้าน DNS ก็ตกลงกันว่าจะต้องถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้งาน EDNS อย่างจริงจัง จึงตัดสินจะใจหยุดการสนับสนุนระบบที่ไม่รองรับ EDNS ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธุ์ 2562 เป็นต้นไป หากระบบอินเทอร์เน็ตของท่านไม่รองรับ EDNS ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานนั้นก็อาจจะพบปัญหาความล่าช้าในการใช้งานอินเทอร์เน็ต หรืออาจใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย ผู้ดูแลระบบ DNS จึงจำเป็นต้องทดสอบความพร้อมของ DNS ที่ตนเองดูแลตาม Link ด้านล่างนี้ และหากพบว่ายังไม่รองรับ EDNS ให้ดำเนินการ update ก่อนวันที่ที่จะมีการหยุดการรองรับ DNS แบบเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติม https://dnsflagday.net/

ทดสอบความพร้อมด้าน EDNS https://ednscomp.isc.org/ednscomp